|
ตำแหน่งโฆษณา
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
ท่องเที่ยว »
ข่าวท่องเที่ยว
|
แห่ชิงเค้กตลาดไมซ์เอเชีย |
|
ชาติเอเชียงัดกลยุทธ์ชิงเค้กตลาดไมซ์
สิงคโปร์วางจุดขายเน้นจัดงานคุณภาพและอีเวนต์ระดับผู้นำและผู้บริหาร
ด้านมาเลเซียทุ่มงบ 25 ล้านริงกิตต่อปีโปรโมตเจาะกลุ่มไฮยิว
พร้อมชูโปรดักต์ใหม่
ขณะที่เกาหลีเล็งจัดงานโคเรียน ไมซ์ เอ็กซ์โปปีหน้า
ส่วนสสปน.ฉวยเวทีIT&CMA เปิดตัวแคมเปญปีหน้า Believe in Thailand
มั่นใจเมืองไทยพร้อมเป็นครั้งแรก
จากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงบรรยากาศภายในงาน IT&CMA ครั้งที่ 19
และ CTW Asia-Pacific ครั้งที่ 14 ประจำปี 2554
ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านการจัดประชุม
และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 4-6 ตุลาคม 2554
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้า 827 รายจาก 335
องค์กรชั้นนำและมีผู้ซื้อประมาณ 491 จาก 50 ประเทศทั่วโลก พบว่า
ประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย
มีการโปรโมตจุดเด่นในการกระตุ้นตลาดไมซ์อย่างคึกคัก
นางสาวแจ๊คลีน อู ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน (แผ่นดินใหญ่)
การท่องเที่ยวสิงคโปร์ เปิดเผยกับ
"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าการโปรโมตตลาดไมซ์ของสิงคโปร์
จะมุ่งเน้นการจัดอีเวนต์ต่างๆ มากขึ้นโดยจะไม่ดูจำนวนงานที่จัด
แต่จะดูคุณภาพของงานมากกว่า
ทั้งจะโฟกัสอีเวนต์ที่ดึงระดับผู้นำและผู้บริหารเข้ามามากขึ้น
โดยสิงคโปร์มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่พร้อมอยู่แล้ว
รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น มารีน่า เบย์ แซนด์ส
ส่งผลให้เป็นที่น่าสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร
เอนเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ
ให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์มากกว่าการไปประชุมอย่างเดียว
ขณะเดียวกันสิงคโปร์ยังเป็นเจ้าภาพจัดงาน TRAVELRAVE 2011 วันที่ 17- 23
ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติซันเทคและศูนย์ประชุมมารีน่า เบย์แซนด์
ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ระดับภูมิภาคที่รวบรวมมืออาชีพจากทุกภาคส่วนใน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาไว้ในงานเดียว ได้แก่ งาน ITB Asia
การประชุมสุดยอดผู้นำ Asia Travel Leaders Summit และงานประชุม Web In
Travel Conference
ซึ่งมีบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งเอเชียเข้าร่วมงาน
ตลอดจนถึงกิจกรรมและการเจรจาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอื่น ๆ
อาทิ งาน Aviation Outlook Asia เป็นต้น
อย่างไรก็ดี
การกระตุ้นตลาดไมซ์ของสิงคโปร์จะไม่มีมาตรฐานตายตัวขึ้นอยู่กับว่าเราจัดงาน
กับใคร และดูว่าอีเวนต์นั้นต้องการอะไร
ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นการให้อินเทนซีฟมากนัก ทั้งจากนี้ไปในอนาคต
สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก มีพื้นที่จำกัด ดังนั้น
การรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะทำให้มีแวลูน้อย
จึงมุ่งเน้นการทำให้เกิดประสบการณ์และนำเสนอสิ่งที่มีคุณภาพมากกว่า
ด้านนางนูวาล ฟาดีลาห์ คู อัซมี ผู้จัดการอาวุโสด้านประสานงานต่างประเทศ
มาเลเซีย คอนเวนชั่น แอนด์ เอ็กซิบิชั่น บูโร เปิดเผยว่า
มาเลเซียมีงบประมาณราว 25 ล้านริงกิตในปีนี้ และในปีหน้าอีก 25 ล้านริงกิต
สำหรับการกระตุ้นตลาดไมซ์
โดยมีแผนดึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงหรือไฮยิวเข้ามาเลเซียเป็นพิเศษ
เนื่องจากตลาดไมซ์เป็นเซ็กเตอร์ที่มีกำลังซื้อสูง
และมีการใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปราว 3 เท่า
โดยไมซ์วิสิตเตอร์มีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปราว 7,418 ริงกิต
ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปราว 2,257 ริงกิต
สำหรับกลยุทธ์การกระตุ้นตลาดไมซ์
ได้ออกแคมเปญและโฆษณาใหม่เกี่ยวกับศูนย์ประชุม
ประกอบกับจะมีการไปโรดโชว์ที่จีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ และกวางเจา
เพื่อประสานงานกับจีนเป็น Twin Deal เพื่อจะดึงไมซ์จากจีนเข้าสู่มาเลเซีย
โดยมาเลเซียมีการปรับปรุงและพัฒนาโปรดักต์ใหม่มารองรับ เช่น กัวลาลัมเปอร์
คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ซึ่งมีการขยายเพิ่มราว 10,000 ตารางเมตร
และจะเสร็จในปี 2556 รวมถึงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง MATRADE Centre
ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี 2557 เป็นต้น
ทั้งนี้ เอเชียยังเป็นตลาดใหญ่ในการผลักดันไมซ์และจะเติบโตได้ดี
ทั้งยังไม่ได้มองว่าประเทศใดเป็นคู่แข่งแต่จะเป็นการทำงานร่วมกันในลักษณะ
ทีมเวิร์กมากกว่า อย่างไรก็ดี มาเลเซียยังต้องการเป็นผู้นำในตลาดไมซ์
โดยหวังว่าในปี 2563 จะเป็นผู้นำ 1 ใน 5 สำหรับตลาดไมซ์ในเอเชีย-แปซิฟิก
ขณะที่นางสาวยอง ซิล คิม ทีมอินเซนทีฟและเอ็กซิบิชั่น การท่องเที่ยวเกาหลี
กล่าวว่า
แผนการโปรโมตตลาดไมซ์ของเกาหลีในปีหน้าจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย
เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้กำลังเติบโต
และนักท่องเที่ยวต่างก็สนใจในอาหารและวัฒนธรรมของเกาหลี
รวมถึงจะมีการเปิดสาขาของการท่องเที่ยวเกาหลีที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม
ดังนั้น
ทางทีมอินเซนทีฟและเอ็กซิบิชั่นจึงมีแผนที่จะไปโรดโชว์ที่เวียดนามเพื่อโป
รโมตไมซ์ในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนไปโรดโชว์ที่อินโดนีเซีย
และในปีหน้าจะไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น เป็นต้น
สำหรับแผนการกระตุ้นตลาดไมซ์ จะเป็นการจัดงาน Korea Mice Expo 2012
ซึ่งเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยโฟกัสไปที่ตลาดไมซ์
คล้ายกับการจัดงาน IT&CMA
ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านการจัดประชุมของไทย
ทั้งยังมีการออกแคมเปญมาเรื่อยๆ ในลักษณะเป็น Gift Incentive
ซึ่งจะมีแพ็กเกจต่างๆ มาซัพพอร์ต เช่น มา 10 คน ก็จะมีสิทธิประโยชน์ให้
ทั้งนี้ ในปี 2553 ที่ผ่านมา คนไทยเดินทางไปเกาหลีราว 2.6 แสนคน
หรือเติบโตราว 30% และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกราว 30%
และจะมีนักท่องเที่ยวเกินกว่า 3.5 แสนคน
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในเกาหลีมากที่สุด ได้แก่ โซล เชจู
และปูซาน ในขณะที่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ต้องการจะโปรโมต ได้แก่ เกียวจู
ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของชินลา และอันดุง
ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ ประกอบกับการเข้าร่วมบูธในงาน
IT&CMA ครั้งนี้ พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะจากตลาดฟิลิปปินส์
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า
ในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน IT&CMA และ CTW 2011
ซึ่งเป็นงานเทรดโชว์ด้านการประชุมนานาชาติและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล
สสปน. ยังใช้เวทีนี้เปิดตัวแนวคิดด้านการตลาดปี 2555 ภายใต้แคมเปญ Believe
in Thailand มั่นใจเมืองไทยพร้อมเป็นครั้งแรก
เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้เดินทางไมซ์และสื่อมวลชนนานาชาติกว่า 2,500
คน จาก 60 ประเทศทั่วโลกที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้
ทั้งคาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้ไทยระหว่างการจัดงานกว่า 1,000 ล้านบาท
รวมถึงไทยยังได้รับสิทธิ์การจัดงานดังกล่าวต่อเนื่องอีก 1 ปี จนถึงปี
2555
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,678 13 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554 |
|
|
เขียนเมื่อ : 14 ต.ค. 2554,20:54
เข้าชม : 114 ครัั้้ง
แจ้งลบ
|
|
 |
ท่องเที่ยว » ข่าวท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
 |
|
 |
|
|